จากการดำเนินการตามนโยบาย “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ทำให้จีนมีการไปมาหาสู่ทางการค้ากับประเทศและเขตแคว้นต่าง ๆ มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้มีความต้องการใช้บริการของธุรกิจโลจิสติกส์เพิ่มมากขึ้นตามมาด้วย สถิติจากสำนักงานไปรษณีย์แห่งชาติจีน (State Post Bureau The People's Republic of China) แสดงว่า ในครึ่งแรกของปีนี้จีนมีการส่งสินค้าไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีปริมาณส่งสินค้าถึง 520 ล้านชิ้น เพิ่มขึ้น 43.1% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่แล้ว ประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้าไปต่างประเทศก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
เพื่อเป็นการส่งเสริมนโยบาย “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ธุรกิจจัดส่งสินค้าของไปรษณีย์ได้เพิ่มศักยภาพการจัดส่งโดยการสร้างความร่วมมือกับสายการบินระหว่างประเทศต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่นบริษัทจงธงเอ็กซ์เพรส (ZTO Express)ร่วมมือกับสายการบินตุรกี (Turkish Airlines)และสายการบินแปซิฟิกแอร์เวย์ส (Pacific Airways) เปิดบริษัทร่วมทุนที่ฮ่องกงเพื่อให้บริการจัดส่งสินค้าทางอากาศไปทั่วโลก อีกตัวอย่างคือบริษัทหยวนธงเอ็กซ์เพรส (YT Express)ร่วมกับบริษัทแม่ของแอร์ไชน่า (China National Aviation Corporation) และบริษัทอื่น ๆ เปิดฮับโลจิสติกส์ระดับโลกที่ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง นอกจากนี้การไปรษณีย์จีนได้สร้างคลังสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสวนอุตสาหกรรมต่างประเทศของไปรษณีย์รวม 144 แห่ง มีคลังสินค้าต่างประเทศอยู่ในประเทศและเขตแคว้นต่าง ๆ รวม 11 แห่งอาทิ ในอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เป็นต้น
“หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ดำเนินไปในภูมิภาคเอเชีย ยุโรป แอฟริกา และจีนแผ่นดินใหญ่ มีอนาคตทางการค้าที่กว้างขวาง เนื่องจากการพัฒนาระบบโลจิสติกส์แบบโบราณมาเป็นแบบที่ยกระดับขึ้น ทำให้มีแนวโน้มในการส่งสินค้าปริมาณน้อย แต่หลายครั้งมากยิ่งขึ้น ศักยภาพในธุรกิจการค้าออนไลน์ต่างชาติแบบ B2C พัฒนาขึ้นอีกขั้น ธุรกิจการค้าสินค้าออนไลน์ได้เข้าสู่ระบบช่องทางที่พัฒนาใหม่อย่างรวดเร็ว และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การจัดส่งพัสดุทางอากาศระหว่างประเทศ การไปรษณีย์จีนยังได้สร้างช่องทางสีเขียวในเขตทดลองการค้าสินค้าออนไลน์โดยรวมนานาชาติในเมืองต่าง ๆ 13 เมือง ได้แก่ หางโจว เจิ้งโจว เซี่ยงไฮ้ เป็นต้น โดยได้ประสานงานกับการบินพลเรือน ศุลกากร และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการผ่านขั้นตอนตรวจสอบสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดส่งสินค้ามากยิ่งขึ้น